วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2559

หาที่เที่ยวกัน!!! 
                         อากาศร้อนๆแบบนี้ ต้องมองหาสถานที่ท่องเที่ยวเย็นๆ สบายๆ สดชื่นๆ ชุ่มฉ่ำๆ
เรามาดูน้ำตกที่น่าเที่ยวในบ้านเรากัน

น้ำตกแม่ยะ  เชียงใหม่

             น้ำตกแม่ยะ ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยอันดับต้นๆ ของไทย เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามมาก มีขนาดใหญ่ที่สุด สวยที่สุด และสูงที่สุดของของบรรดาน้ำตกในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ใครได้แวะไปดอยอินทนนท์ระหว่างขึ้นดอยไม่ควรพลาด เคยได้รับการจัดอันดับเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของประเทศไทยก่อนมีการค้นพบน้ำ ตกทีลอซู ที่จังหวัดตาก สายน้ำจากลำห้วยแม่ยะตกจากหน้าผาสูงชันไหลลดหลั่นลงมาประมาณ 30 ชั้น รวมความสูงกว่า 260 เมตร ในช่วงฤดูฝนสายน้ำตกจะแผ่กว้างถึง 100 เมตร เหมือนกับม่านน้ำ แล้วไหลลงไปรวมกันที่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ดูสวยงาม มากบางช่วงของหน้าผา เป็นชะง่อนหินให้นักท่องเที่ยวเข้าไปหลบละอองไอน้ำที่ตกกระทบมองดูเหมือน ม่านหมอกสีขาวสะอาดตา สัมผัสกับความงดงามของธรรมชาติอีกรูปแบบหนึ่งแล้วลงเล่นน้ำที่แอ่งด้าน ล่างอย่างสนุกสดชื่น น้ำตกแม่ยะในฤดูแล้งปริมาณน้ำอาจลดน้อยลง แต่สายน้ำตกจะใสสะอาดกว่า รอบๆบริเวณน้ำตกแม่ยะ เป็นป่าไม้พรรณไม้ร่มรื่นเหมาะสำหรับการไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ทางด้านท้ายน้ำตกแม่ยะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ได้ติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เพื่อนำน้ำมาผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย การเข้าไปเที่ยวเล่นน้ำตกแม่ยะ นักท่องเที่ยวต้องเสียค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ที่ด่านเก็บค่าธรรมเนียม และต้องเดินเท้าเข้าอีกประมาณ 500 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถกางเต้นท์พักแรมที่น้ำตกแม่ยะได้ แต่ต้องติดต่อขอสถานที่กางเต้นท์กับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ด้วย 







การเดินทาง
น้ำตกแม่ยะ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอจอมทอง ห่างจากตัวอำเภอเมืองเชียงใหม่ 70 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวง 108 (สายเชียงใหม่ - ฮอด) ประมาณกิโลเมตรที่ 58 เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 1009 (สายจอมทอง - ดอยอินทนนท์) ประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายลัดเลาะไปตามถนนภายในหมู่บ้านที่ค่อนข้างแคบอีกประมาณ 14 กิโลเมตร สภาพถนนทางเข้ามีความลาดชัน แคบ ผิวถนนขรุขระ สามารถเข้าได้เฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์ โดยต้องใช้ความระวังระวัง






น้ำตกป่าละอู  ประจวบขีรีขันธ์

            น้ำตกป่าละอูเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงาม อยู่ในเขตป่าละอู อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน ห่างจากตัวเมืองหัวหิน 65 กิโลเมตร   มีพื้นที่ประมาณ 273,125 ไร่ อุดมไปด้วยป่าไม้เขียวชอุ่ม และสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งนี้ น้ำตกป่าละอูประกอบด้วยน้ำตกละอูใหญ่และน้ำตกละอูน้อย ซึ่งไหลลดหลั่นกันอย่างสวยงามถึง 15 ชั้น โดยน้ำตกชั้นแรกๆจะเป็นน้ำตกขนาดเล็ก แต่ตั้งแต่ชั้นที่ 5 เป็นต้นไป จะเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว นักท่องเที่ยวจะขึ้นไปถึงประมาณชั้นที่ 7 เท่านั้น เนื่องจากชั้นที่สูงกว่านั้นจะอยู่ในป่า ซึ่งยากต่อการเดินทาง




นอกจากการมาเล่นน้ำแล้ว น้ำตกแห่งนี้ยังเป็นเป้าหมายของผู้ที่ชื่นชอบธรมชาติเป็นจำนวนมากอีกด้วย เนื่องจากมีสัตว์ป่าหายากหลายชนิด เช่น กระทิง เสือดาว ช้างป่า และยังเป็นแหล่งดูนกดูผีเสื้อที่เลื่องชื่อ โดย จุดดูผีเสื้อที่สำคัญ ได้แก่  บริเวณที่กางเต็นท์ของอุทยาน  สะพานข้ามห้วยชลนาฎ   วังสมพง บริเวณชั้นที่  1 ของน้ำตกป่าละอู รวมถึงบริเวณฝาย 1 ซึ่งอยู่ใกล้ห้วยไม่ไกลจากบ้านพักเจ้าหน้าที่  ทั้งนี้ บริเวณเหล่านี้มีผีเสื้อที่หาดูได้ยากมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ผีเสื้อเจ้าชายดำ ผีเสื้อลายซิกแซ็ก เป็นต้น สำหรับผู้ที่สนใจดูผีเสื้อ ช่วงเวลาที่เหมาะสม คือ เดือน เมษายน ถึง กรกฎาคม โดยควรจะมาในช่วงเช้า เพราะผีเสื้อจะมาเกาะตามใบไม้เพื่อผึ่งแดดให้ร่างกายและปีกอบอุ่นแข็งแรง 


ทั้งนี้ หากนักท่องเที่ยวท่านใดสนใจเข้าชม จะต้องเสียค่าธรรมเนียม สำหรับชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20บาท ส่วนชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ในกรณีที่ต้องการพักค้างแรม  ทางอุทยานฯ มีบริการบ้านพัก จำนวน 15 หลัง ราคา 1,200-3,000 บาท เต็นท์ให้เช่าพักได้ 2-4 คน ราคา 120-250 บาท/คืน หรือ ถ้าหากนำเต็นท์มาเอง จะต้องเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ 10 บาท/คน/คืน 
 
น้ำตกทีลอซู  จังหวัดตาก
            
              น้ำตกทีลอซู ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ห่างจากที่ทำการเขตฯ 3 กิโลเมตร ทีลอซู เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า น้ำตกดำ มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจาก ระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อท้อ ลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ มีความสูงประมาณ 300 เมตร ล้อมรอบด้วย ป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของเอเชียตามความจริงต้องออกเสียงว่า "ทีลอชู" และ เป็นคำนามในภาษากะเหรี่ยงแปลว่า "น้ำตก" ชื่อ "ทีลอซู" เป็นความพยายามแปลความหมายทีละคำ โดย "ที" หรือ "ทิ" แปลว่า "น้ำ" "ลอ" หรือ "ล่อ" แปลว่า "ตก" แต่ "ชู" ไม่มีความหมายใกล้เคียง ดังนั้นจึงมีความพยายาม ทำให้เป็นคำที่มีความหมาย เนื่องจาก "ซู" แปลว่า "ดำ" จึงนำไปสู่การเรียกว่า "ทีลอซู" และแปลว่า "น้ำตกดำ"


      ทีลอซู ได้รับคำกล่าวขานถึงว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย ได้กำหนดให้น้ำตกทีลอซู เป็นหนึ่งในเก้าตะวัน ตามโครงการมหัศจรรย์เมืองไทย 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน โดยมีจุดเด่นคือ "มหัศจรรย์รุ้งกินน้ำที่น้ำตกทีลอซู


        ช่วงฤดูฝน ตั้งแต่ มิ.ย. – ก่อนถึงวันที่ 1 พ.ย.นักท่องเที่ยวจะต้องล่องเรือยางจากตัวเมืองอุ้มผางตามลำน้ำกลองซึ่งจะได้ชมวิวทิวทัศน์อละความสมบูรณ์ของ ผืนป่าตลอดเส้นทาง  ผ่านบ่อน้ำร้อน  น้ำตกทีลอจ่อที่ตกลงมาจากหน้าผาสูงและผ่านน้ำตกสายรุ้ง ซึ่งหากเดิน ทางไปในช่วงเวลาที่เหมาะสมก็จะเห็นรุ้งกินน้ำที่เกิดจากแสงที่ตกกระทบกับละลองน้ำของสายน้ำตก ผาผึ้ง ผาเลือด ผาบ่อง ผาโหว่ ก่อนจะแวะพักทานอาหารกลางวันกันริมน้ำใกล้ผาเลือด การล่องเรือจะใช้เวลา ประมาณ  3 ชั่วโมง  มาจนถึงจุดเดินเท้าระยะทาง  9  กิโลเมตร ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องเดินเข้าไปยังจุดกางเต้นท์ ของที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง  เพราะยังไม่อนุญาติให้รถเข้า  เส้นทางการเดินก็มีทั้งลาดชันขึ้นเขา ลงเขาและทางราบเรียบสลับกันไป  เมื่อถึงที่ทำการพักผ่อน จากนั้นเดินเท้าเข้าไปยังน้ำตกอีกประมาณ 1.5  ก.ม. ก็จะถึงน้ำตกทีลอซู  ในช่วงเวลานี้น้ำตกทีลอซจะมีปริมาณมาก ผืนป่าเขียวขจีและสีน้ำตกจะขุ่นเล็กน้อย รูปแบบนี้จะเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการผจญภัยและเดินป่า
        ช่วง 1 พ.ย. - เม.ย. ฤดูการท่องเที่ยว  
อนุญาติให้นำรถเข้าไปได้  สามารถเดินทางโดยรถขับเคลื่อนสี่ล้อจากที่พักจน ถึงจุดกางเต้นท์ ที่ทำการเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง โดยไม่ต้องเดินให้เหนื่อย หรืออาจจล่องเรือยางตามลำน้ำแม่กลองชมความสวยงามของ ธรรมชาติมาจนถึงจุดต่อรถก็ได้ซึ่งแนะนำว่า ควรล่องเรือยางด้วยเพราะจะทำให้เห็นวิวสองข้างทาง ได้เห็นวิว ทิวทัศน์ระหว่าทางได้เห็นน้ำตกสายเล็กสายน้อย รวมทั้งน้ำตกทีลอจ่อด้วยซึ่งถือเป็นการท่องเที่ยวทีลอซูแบบ ดั้งเดิมที่ได้อรรถรสที่สุด และจากนั้นเมื่อถึงจุดกางเต้นท์แล้วก็เดินเท้าเข้าไปยังน้ำตกอีกประมาณ 1.5  ก.ม. ก็จะถึงน้ำตกทีลอซู เช่นกัน ในช่วงเวลานี้น้ำตกทีลอซู จะใส โดยเฉพาะช่วงกลางเดือนพ.ย.- ธ.ค. ปริมาณพอเหมาะและสีของน้ำตกจะสวยที่สุด  







อุทยานแห่งชาติ ปางสีดา  สระแก้ว

            อุทยานแห่งชาติปางสีดา ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าแยก อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 527,500 ไร่ ครอบคลุมท้องที่อำเภอตาพระยา อำเภอวัฒนานคร อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานฯ เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ปกคลุมไปด้วยผืนป่า ทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ซึ่งเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าหายากและนกกว่า 300 ชนิดเช่น ช้าง กระทิง เสือลายพาดกลอน ไก่ฟ้าพญาลอ นกเงือก นกยูง ฯลฯ จึงเหมาะแก่การมาศึกษาเรื่องสัตว์ป่าเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ภายในเขตอุทยานฯ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่มากมาย อาทิ
น้ำตกปางสีดา อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 800 เมตร เป็นน้ำตกที่ทิ้งตัวจากหน้าผาสูง 8 เมตร เบื้องล่างเป็นแอ่งน้ำกว้างใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ

น้ำตกผาตะเคียน อยู่ห่างจากน้ำตกปางสีดาประมาณ 2.5 กิโลเมตร ลักษณะเป็นหน้าผาสูง 20 เมตร ในช่วงฤดูฝน สายน้ำจะไหลทิ้งตัวลดหลั่นเป็นชั้นๆ ดูสวยงามมาก เหมาะสำหรับเดินชมธรรมชาติ

ทุ่งหญ้าบุตาปอด เป็นทุ่งหญ้าที่มีสัตว์ป่าจำนวนมากเข้ามาอาศัยหากิน มีทางเข้าอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 3.5 และกิโลเมตรที่ 6 ของถนนภายในอุทยานฯ เหมาะสำหรับศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ป่า 
จุดชมวิว ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 25 และกิโลเมตรที่ 35 ลักษณะเป็นหุบเขากว้าง มีทิวทัศน์ที่สวยงาม ใช้เป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกได้เป็นอย่างดี
น้ำตกแควมะค่า ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 40 ซึ่งต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 6 กิโลเมตร จึงเหมาะสำหรับผู้ที่รักการเดินป่า และใกล้ๆ กันยังมี น้ำตกรากไทรน้อย ห่างจากน้ำตกแควมะค่าประมาณ 500 เมตร



การเดินทาง: จากตัวเมืองสระแก้ว ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3462 ไปทางทิศเหนือ ระยะทาง 27 กิโลเมตร หรือใช้บริการรถสองแถวสายสระแก้ว – บ้านคลองน้ำเขียว ลงที่ที่ทำการอุทยานฯ
วันและเวลาทำการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 20.00 น.
ค่าเข้าชม: ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
อัตราค่าบริการ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยลด 50 เปอร์เซ็นต์ วันจันทร์-วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม-31 ธันวาคม 2558 ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท  
น้ำตกเอราวัณ กาญจนบุรี

          เป็นน้ำตกที่น่าเที่ยวมากๆอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียวสวยไม่แพ้ที่ใดๆเลย ร้อนๆแบบนี้น่าไปโดดสักตู้ม!!! เอาให้หายร้อนไปเลย
               
          หาข้อมูลแล้วแพ็คกระเป๋าไปเลย ไม่มีผิดหวังแน่นอน (คนรีวิวมาเยอะ) เป็นน้ำตกที่อยากไปมากๆ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไป

          เผื่อใครอยากไปมาดูข้อมูลกัน

          น้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม บนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ ตั้งอยู่ที่ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นน้ำตกที่มีระยะทางยาวประมาณ 1,500 เมตร ติดต่อกัน ซึ่งแบ่งออกเป็นชั้นๆ ได้ 7 ชั้นเป็นน้ำตกขนาดใหญ่เดิม มีชื่อว่า น้ำตกสะด่องม่องลาย ตามชื่อลำห้วยม่องล่ายซึ่งเป็นต้นน้ำของน้ำตกที่เกิดจากยอดเขา ตาม่องล่ายใน เทือกเขาสลอบ สายน้ำจะไหลมาตามชั้นหินเป็นระยะทางประมาณ 1,500 เมตร แบ่งออกเป็นชั้นใหญ่ๆได้ 7 ชั้น แต่ละชั้นมีีความสวยงามร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ ทั้งเถาวัลย์พันเกี่ยวทอดตัวไปบนต้นไม้ใหญ่ กล้วยไม้ป่า หลายชนิดบนคาคาคบไม้ สายธารน้ำที่ไหลตกลดหลั่นลงมาบนโขดหินสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง เสียงสาดซ่า คลอเคล้า ด้วยเสียงเพรียกของนกป่า ทำให้สภาพความเป็นธรรมชาติสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น นับเป็นบรรยากาศที่เรียกเอาความมี คุณค่าของป่าเขาลำเนา ไพรซึมซับเข้าสู่อารมณ์ของผู้ใฝ่ความสันโดษ และรักธรรมชาติโดยแท้จริง ในชั้นที่ 7 อันเป็นชั้นบนสุดของน้ำตกลักษณะของน้ำตกชั้นที่ 7 ลักษณะสายน้ำไหลบ่า มองดูคล้ายกับหัวช้างเอราวัณซึ่งมี 3 หัว จึงกลายมาเป็นที่มาของชื่อน้ำตก จนคนทั่วไปรู้จักและขนานนามว่า “น้ำตกเอราวัณ”



      สิ่งที่รู้สึกได้เมื่อมาถึงยังบริเวณน้ำตก คือความเย็นสบายแต่เมื่อได้เห็นตัวน้ำตกก็ต้องตะลึงในความงามของตัว น้ำตกที่น้ำใสแจ๋ว มองเห็นตัวปลาแหวกว่ายไปมาใต้ผืนน้ำที่สะท้อนแสงเป็นสีฟ้าอมเขียวมรกตคล้ายน้ำใน สระว่ายน้ำ ที่เป็นเช่นนั้นก็เนื่องมาจากลักษณะของภูเขาใน อุทยานฯเอราวัณ เป็นเป็นเทือกเขาหินปูนที่เกิดจาก การทับถมของ เปลือกหอย ปู หรือปะการังดังนั้นน้ำตกเอราวัณที่ไหลมาจากเทือกเขาหินปูนจึงมีสารละลายของ แคลเซียมคาร์บอเนต เจือปนอยู่ ซึ่งแคลเซียมคาร์บอเนตนี้จะตกตะกอนในบริเวณที่มีน้ำไหลช้าหรือเป็นแอ่งน้ำทำให้ชั้นน้ำตกมีคราบหินปูนก่อตัว และหินปูนนี้สามารถละลายน้ำได้ดี เมื่ออยู่ในรูปของสารละลายก็สามารถ ตก ตะกอนได้ น้ำตกหินปูนจึงมีน้ำใสในตอนบน และมีการตกตะกอนขุ่นในช่วงล่างของธารน้ำ เมื่อแสงส่องลงมาจะ ทำให้สะท้อนเป็นสีฟ้าหรือสีเขียวมรกตสวยงามมาก



      น้ำตกชั้นแรกมีชื่อว่าไหลคืนรัง" ชั้นที่ 2 ชื่อ "วังมัจฉา" ชั้นที่ 3 "ผาน้ำตก" ชั้นที่ 4"อกผีเสื้อ" ชั้นที่ 5 "เบื่อไม่ลง" ชั้นที่ 6 " ดงพฤกษา" และชั้นสุดท้ายชื่อว่า "ภูผาเอราวัณ"โดยน้ำตกแต่ละชั้นไม่ใช่มีแค่ชื่อที่ไม่เหมือนกันเท่านั้น แต่น้ำตกแต่ละชั้นก็มีความ สวยงามที่แตกต่างกันออกไป สำหรับท่านที่ต้องการเยี่ยมชมน้ำตกทั้ง 7 ชั้นจาก ต้องใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงในการขึ้น - ลง
           ทางอุทยานฯตั้งชื่อเช่นนี้ คิดว่าอาจจะเป็นเพราะน้ำตกชั้นนี้มีปลาอาศัยอยู่เยอะก็เป็นได้ ซึ่งปลาเหล่านี้คือ "ปลาพลวง" เป็นปลาน้ำจืดในตระกูลปลาตะเพียน ลำตัวสีน้ำตาลเขียว เกล็ดโต มีหนวดยาว 2 คู่ ตรงจงอยปาก และ มุมปาก ชอบอาศัยบริเวณธารน้ำตก ลำห้วย หรือธารน้ำที่ใสสะอาดมีพื้นเป็นกรวดหรือทราย ชั้นนี้มีสีของน้ำมี 2 สีอย่างเห็นได้ชัด คือน้ำสีฟ้าเขียวและน้ำใสๆตามปกติ ซึ่งปลาพลวงชอบจะอาศัยอยู่ในน้ำใสมากกว่า นอกจากนี้ที่น้ำตกชั้น 2 ยังมีความสวยงามของม่านน้ำตกที่เบื้องหลังสายน้ำตกที่ตกลงมากระเซ็นเป็นฝอยนั้นมี ผาลึกเข้าไปเล็กน้อย โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปหลังม่านน้ำตกนี้ได้
           น้ำตกชั้นที่ 3 มีน้ำตกตกลงมาจากผาชันดังชื่อของน้ำตกชั้นนี้ว่า"ผาน้ำตก" จากนั้นก็เดินข้ามสะพานไม้ถัดขึ้น ไปเป็นน้ำตกชั้นที่ 4 "อกผีเสื้อ" ที่มีชื่อเช่นนี้ก็คงเพราะรูปร่างของหินที่อยู่ในน้ำตกชั้นนี้ มองดูคล้ายอกของผู้หญิง หรือถ้าเป็นอกผีเสื้อก็คงเป็น อกผีเสื้อสมุทร ที่มีน้ำตกไหลครอบคลุมหินกลมมน ก้อนใหญ่ 2 ก้อนดูแล้วนิ่มนวลสวยงามมาก
          ถัดมาเป็นน้ำตกชั้นที่ 5 ชื่อว่า"เบื่อไม่ลง" ด้วยลักษณะของน้ำที่ไหลตกลงมาตามชั้นหินเตี้ยๆหลายๆชั้นบวกกับน้ำ ที่มีสีฟ้าเขียวทำให้เกิดความสวยงามน่าหลงใหลเป็นอย่างยิ่ง ต่อไปเป็นชั้น "ดงพฤกษา" ซึ่งอุดมไปด้วยแมกไม้ นานา พันธุ์แต่ดูไม่รกทึบส่วนชั้นสุดท้าย "ภูผาเอราวัณ" ที่ได้ชื่อเช่นนี้คงเนื่องมาจากว่าเมื่อน้ำตกไหล บ่าผ่านผา และชั้นหินบน ภูเขามองดูจากระยะไกลคล้ายกับ หัวช้างเอราวัณซึ่งมี 3 หัว จึงเป็นที่มาของชื่อน้ำตกชั้นที่ 7 และเป็นชื่อของอุทยาน แห่งชาตินี้ด้วย
          นอกจากนี้ทางอุทยานฯได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ทางอุทยานฯ ได้จัดเส้นทางไว้สำหรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการ ศึกษาธรรมชาติ 2 เส้นทาง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที คือ เส้นทางสายป่าดิบแล้งม่องไล่ - ระยะทาง 1,010 เมตร ลักษณะเป็นทางเดินเลียบลำห้วยม่องไล่ เริ่มจากสะพานค่ายพักไปบรรจบกับเส้นทาง ใน น้ำตกเอราวัณชั้นที่ 3 เส้นทางเขาหินล้านปี - ระยะทาง 1,940 เมตร เริ่มจากลานจอดรถไปบรรจบกับเส้นทาง สู่น้ำตกบริเวณสะพานของ น้ำตกเอราวัณชั้นที่ 4






ค่าธรรมเนียมเข้าชม 
อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เปิดเวลา 7.30-16.00 น.
- ค่าธรรมเนียมผู้ใหญ่ 40 บาท/คน เด็ก 20 บาท/คน 
- รถกอล์ฟคิดค่าบริการเที่ยวละ 20 บาท/คน

  น้ำตกแสงจันทร์”   อุบลราชธานี

    น้ำตกแสงจันทร์ หรือน้ำตกลงรู หรือ น้ำตกลอดรู ก็แล้วแต่จะเรียกกันไป เป็นน้ำตกในภาคอีสานอีกแห่งหนึ่งที่น่าเที่ยวมากๆ
    น้ำตกแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ด้วยความสวยงามระคนปนกับความแปลกประหลาดของสายน้ำที่ไหลทะลุผ่านรูของแผ่นหินทรายขนาดใหญ่ลงสู่แอ่งเบื้องล่างดุจดั่งฝักบัวซึ่งธรรมชาติสรรค์สร้างนี่เองที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมากมายเดินทางแวะเวียนมาเยี่ยมชมตลอดช่วงฤดูฝน ต้นฤดูหนาว เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติซึ่งไม่ควรพลาดในโปรแกรมการท่องเที่ยวย่านอุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี

     “น้ำตกแสงจันทร์” เป็นปรากฏการณ์ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่สายน้ำไหลมาพบกับสิ่งกีดขวางซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นหินทรายขนาดใหญ่ (คล้ายๆกับหลังคาของเพิงหมาแหงน) ที่วางตัวเป็นมุมเงยต้านกับเส้นทางการไหลของสายน้ำทำให้เกิดกระแสน้ำไหลเป็นวังวนรูปก้นหอย นานวันเข้ากระแสน้ำวนนี้ก็ค่อยๆกัดกร่อนแผ่นหินทรายลงลึกขึ้นๆกลายเป็นแอ่งรูปทรงกลมจนกระทั่งทะลุผ่านแผ่นหินกลายเป็น “น้ำตกรู” “น้ำตกลงรู”  หรือ “น้ำตกแสงจันทร์” ที่เรารู้จักกันในที่สุด คุณสามารถสังเกตเห็นร่องรอยของปรากฏการณ์ธรรมชาติในอดีตนี้ได้เพียงเดินจากลานจอดรถไปทางทิศใต้ห่างจากทางลงน้ำตกแค่ประมาณ 15 เมตร ก็จะพบกับเพิงผาซึ่งมีสายน้ำไหลวนเวียนผ่านรูหินกลมทิ้งตัวลงสู่เบื้องล่าง (จุดชมทิวทัศน์นี้ คือ ด้านบนของน้ำตกลงรูนั่นเอง)



      ที่มาของชื่อน้ำตกแสงจันทร์นั้น เรียกตามสายธารน้ำตก ที่โปรยละออง ผ่านช่องหินลงมาเป็นสีขาวนวลคล้ายแสงจันทร์โดยเฉพาะในวันเพ็ญ ที่แสงจันทร์จะสาดส่องมาตรงรูหินพอดี พร้อมกับละอองของธารน้ำตก ที่โปรย ดูเป็นประกายสีนวลสวยงามมาก ซึ่งทั้งหมดนี้คือที่มาของชื่อและเสน่ห์ของน้ำตกแห่งนี้ ที่ยังคงเก็บความงามสงบประสานอย่าง กลมเกลือนของธรรมชาติไว้ให้เป็นที่ประทับใจ



                                                                                                            


วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2559

ร้อนนี้ เที่ยวไหน??

น้ำตกตาดโตน

           น้ำตกตาดโตน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดชัยภูมิ ห่างจากตัวจังหวัดชัยภูมิไปทางทิศเหนือ 21 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สวยงาม ที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติตาดโตน ใกล้ที่ทำการอุทยานฯ มีน้ำไหลตลอดปี โดย เฉพาะในฤดูฝนจะสวยงามเป็นพิเศษ ด้านบนเป็นธารน้ำไหลผ่านลานหินสองฝั่งธารร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เหมาะที่ จะนั่งพักผ่อนชมธรรมชาติและเล่นน้ำ ด้านบนน้ำตกมีสภาพเป็นลานหินกว้างประมาณ 50 เมตร และยาวไปตาม ลำน้ำ ประมาณ 300 เมตร ทำให้น้ำไหลลาดมาตามลานหิน มีแอ่งน้ำที่สามารถเล่นน้ำได้เป็นจุดๆ และไหลลงมาตก ที่หน้าผาเป็นน้ำตกตาดโตนที่มีความสูงประมาณ 6 เมตร และกว้าง 50 เมตร ในฤดูฝน ( ประมาณเดือนมิถุนายน - กันยายน )
ดูกาลท่องเที่ยว
    - ฤดูฝน ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน น้ำตกตาดโตน จะมีน้ำไหลเต็มที่และสวยงาม 
ค่าธรรมเนียมเข้าชม
    - คนละ 20 บาท 
    - รถยนต์ 30 บาท

ภาพสวยๆ





ภาพบรรยากาศสวยๆ